วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565

รวม 7 อุปกรณ์ออกกำลังกายที่บ้านขนาดเล็กไม่เปลืองพื้นที่

 แบบว่าช่วงนี้สภาพอากาศเอย สถานการณ์โรคระบาดต่าง ๆ ใด ๆ ดูจะเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกายอยู่เหมือนกันนะคะซิส จากที่เรามักจะไปออกกำลังกายกลางแจ้งหรือไปฟิตเนส ก็เริ่มต้องโยกย้ายเปลี่ยนมาออกกำลังกายในบ้านแทนแล้ว แต่ด้วยความพื้นที่จำกัด

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565

ทำไม "ออกกำลังกาย" แต่ "น้ำหนัก" ไม่ลด

 ออกกำลังกาย แต่น้ำหนักไม่ลดมักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป กินอาหารที่มีโปรตีนน้อย กินอาหารขยะ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายได้รับแคลอรี่ ไขมัน และน้ำตาลมากกว่าปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญออกไป จึงควรควบคุมปริมาณและประเภทของอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม อาจจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ดีขึ้น

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565

8 ข้อผิดพลาดที่นักวิ่งมือใหม่ควรรู้

 การวิ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหากคุณเริ่มต้นแบบผิดๆ ถ้าคุณตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นวิ่ง หรือพึ่งเริ่มเข้าสู่วงการวิ่ง บางคนเริ่มต้นจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ สุดท้ายบาดเจ็บหรือไฟหมอดจนไม่อยากวิ่ง การวิ่งที่ดีคือคุณต้องสนุกและมีความสุขกับมัน ลองตรวจเช็คดูว่ามีสิ่งไหนที่คุณเผลอทำผิดพลาดไปเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงและเริ่มต้นวิ่งอย่างถูกต้อง

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565

3 วิธีปรับร่างกายของวัย 30+ ให้กลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง

 วัย 30+ สัญญาณแก่จะเริ่มมา ทำอย่างไรให้สุขภาพกลับไปเป็นวัยหนุ่มสาวได้อีกครั้มีข้อมูลดีๆ จาก พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาฝากกัน

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2565

10 วิธีออกกำลังกายที่ไม่ควรพลาด ช่วยเยียวยาโรคซึมเศร้าได้ดี

 โรคซึมเศร้าคือหนึ่งในโรคที่ต้องได้รับการรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังเป็นโรคที่ผู้คนในยุคปัจจุบันเป็นกันเยอะมาก อาจเพราะด้วยสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ การเมือง ชีวิตการทำงาน หรือแม้แต่เรื่องส่วนตัว ทุกอย่างล้วนมีส่วนทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งการเยียวยาโรคจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่ผู้ป่วยไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการออกกำลังกายด้วยวิธีต่างๆ มีส่วนช่วยเยียวยาอาการของโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน มาดูกันค่ะว่ามีวิธีออกกำลังกายแบบใดบ้าง

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565

9 เหตุผลที่สาวๆ ควรทำท่าแพลงก์ทุกวัน บอกเลยได้มากกว่าหุ่นสวยเป๊ะ

 การออกกำลังกายด้วยท่าแพลงก์ หรือ Plank เป็นหนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายที่ต้องใช้ความแข็งแรงของแขน ต้องอาศัยการทรงตัวและการเกร็งตัวไปพร้อมๆ กัน ซึ่งท่าออกกำลังกายนี้ ไม่เพียงแต่เป็นท่าที่ช่วยให้สาวๆ มีหุ่นที่สวยเป๊ะเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลากหลายเหตุผลที่สามารถบอกได้ว่าทำไมสาวๆ จึงต้องทำท่าแพลงก์ทุกวัน ตามมาดูเหตุผลเหล่านั้นกันเลย


1.เป็นการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพสูง

การแพลงก์เป็นการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากแพลงก์ 1 นาที สามารถเทียบเท่าได้กับการออกกำลังกายด้วยวิธีซิทอัพ 1,000 ครั้ง แถมยังช่วยให้กล้ามเนื้อหลายๆ ส่วนได้ออกกำลังกายไปพร้อมกันอีกด้วย


2.เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย

การแพลงก์ช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบน ส่วนล่าง ขา และก้น มีความฟิตแอนด์เฟิร์มยิ่งขึ้น และยังช่วยให้กล้ามเนื้อท้องด้านในแข็งแรงยิ่งขึ้นไปด้วย


3.ช่วยปรับบุคลิกภาพให้ดูดี

สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาในเรื่องของบุคลิกภาพ การทำท่าแพลงก์ทุกวัน ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหลัง โดยเฉพาะในส่วนที่รองรับกระดูกสันหลัง และยังฝึกให้กระดูกสันหลังที่ผิดรูปค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติ


4.เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย

ท่าแพลงก์มีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ ช่วยให้สาวๆ สามารถยืดเหยียดร่างกายได้มากขึ้น และยังเป็นการลดโอกาสบาดเจ็บของกล้ามเนื้อลงอีกเช่นกัน

5.เสริมความสมดุลให้ร่างกาย

สำหรับสาวๆ ที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณถึงการสูญเสียความสมดุล แนะนำให้ทำท่าแพลงก์ทุกวัน เนื่องจากท่านี้จะช่วยฝึกสมดุลให้ร่างกาย สังเกตได้ว่าหลังทำท่านี้เป็นประจำจะทำให้การทรงตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


6.เพิ่มการเผาผลาญ

เนื่องจากการออกกำลังกายท่าแพลงก์ เป็นการออกกำลังในส่วนของกล้ามเนื้อท้อง ซึ่งจะต้องใช้พลังงานอย่างมากในการทรงตัว และยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น


7.ช่วยลดหน้าท้อง

สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธีการลดหน้าท้อง แนะนำให้ทำท่าแพลงก์ทุกวันกันค่ะ เพราะท่านี้เน้นการฝึกกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องด้านนอกและด้านใน จึงทำให้ไขมันตามหน้าท้องค่อยๆ ลดลง


8.ลดอาการปวดหลัง

ท่าแพลงก์มีส่วนช่วยลดอาการปวดหลังได้ดี เพราะช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่รองรับกระดูกสันหลังให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยคลายแรงที่กดทับอยู่บนกระดูกสันหลัง จึงทำให้อาการปวดหลังลดลงไปด้วยนั่นเอง


9.ช่วยคลายความเครียด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการทำท่าแพลงก์ช่วยคลายความเครียดได้ เพราะท่านี้ช่วยคลายกล้ามเนื้อและระบบประสาทที่ตึงเครียดได้ดี ส่งผลให้รู้สึกผ่อนคลาย บรรเทาความเครียดลง และลดความวิตกกังวล พร้อมทั้งลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย แต่ควรทำเป็นประจำทุกวัน


ที่มา:sanook

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564

7 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยง่ายระหว่างออกกำลังกาย

 เคยสงสัยกันไหมว่า ในระหว่างที่ออกกำลังกายอยู่นั้น ทำไมจึงรู้สึกเหนื่อยง่าย จนหลายครั้งต้องหยุดออกกำลังกายไปเสียดื้อๆ ซึ่งอาการเช่นนี้เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุด้วยกัน วันนี้เราจึงอยากชวนหนุ่มๆ มาไขข้อสงสัยไปพร้อมๆ กันถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยง่ายในระหว่างออกกำลังกายกัน มาดูกันว่ามีสาเหตุข้อไหนกันบ้างที่ตรงกับพฤติกรรมของตัวเองในขณะนี้


1.นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ


การที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือชั่วโมงของการนอนของหนุ่มๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยง่ายในระหว่างออกกำลังกาย นั่นเพราะผลจากการนอนไม่พอจะทำให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และร่างกายไม่กระปรี้กระเปร่า เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจะส่งผลให้ระบบเมตาบอลิซึมทำงานได้ช้าลง ซึ่งระบบดังกล่าวนั้นมีความเกี่ยวข้องกับสมอง หัวใจ การไหลเวียนของเลือด และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายนั่นเอง


2.ดื่มน้ำน้อยมาก


เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายได้รับปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ จะส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำ จนทำให้หัวใจของคนเราต้องทำงานหนักขึ้น และเลือดก็จะมีความข้นขึ้นกว่าเดิม จึงส่งผลให้ร่างกายเหนื่อยง่าย แถมยังไม่มีเรี่ยวแรงอีกด้วย ยิ่งถ้าออกกำลังกายก็จะยิ่งทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในช่วงที่ออกกำลังกายนั้น ร่างกายจะสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อที่ซึมออกมาจากผิว และนั่นจะยิ่งทำให้รู้สึกกระหายน้ำหรือหมดแรงเร็วขึ้นกว่าเดิม


3.รับสารอาหารไม่มากพอ


หนุ่มๆ คนไหนที่กินอาหารในปริมาณน้อย จนทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ หรืออาจได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ย่อมส่งผลให้ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง และมักทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติเมื่อออกกำลังกาย


4.ออกกำลังกายหนักเกินไป


บางครั้งหนุ่มๆ อาจจะสงสัยว่าตัวเองกินอาหารในปริมาณที่เพียงพอ ดื่มน้ำมาก และนอนพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง แต่ทำไมจึงรู้สึกเหนื่อยง่ายในระหว่างออกกำลังกาย ซึ่งนั่นอาจเป็นไปได้ว่าหนุ่มๆ ออกกำลังกายหนักเกินไปนั่นเอง เพราะการออกกำลังกายที่หนักเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน เพราะจะส่งผลให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่า แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูกอีกด้วย


5.อดมื้อเช้าทุกวัน


สำหรับหนุ่มๆ คนไหนที่มีพฤติกรรมไม่กินมื้อเช้าเป็นประจำ บอกเลยว่าร่างกายจะเหนื่อยง่ายมากเมื่อออกกำลังกาย เพราะอาหารเช้าถือเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด แม้จะอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนัก มื้อเช้าก็ยังคงสำคัญมากๆ เช่นเดิม นั่นเพราะในช่วงกลางคืนขณะนอนหลับนั้น ร่างกายแทบจะไม่ได้รับสารอาหารตลอดคืน ดังนั้นจึงควรให้ร่างกายได้รับสารอาหารในช่วงเช้า เพื่อเป็นการเติมพลังให้ร่างกายนั่นเอง


6.ออกกำลังกายแบบเดิมซ้ำๆ


ทราบหรือไม่ว่าการออกกำลังกายด้วยท่าเดิมซ้ำๆ ทุกวัน มีส่วนทำให้เกิดความเบื่อ ไม่มีแรงจูงใจ ถอดใจและเลิกออกกำลังกายกลางคัน แถมยังส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยง่ายในระหว่างออกกำลังกายอีกด้วย ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายบ้าง เพื่อให้เกิดความสนุกจนลืมความเหนื่อยไปเลย


7.ไม่หยุดพักให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง


เมื่อใดที่รู้สึกว่าร่างกายเริ่มมีอาการปวดจากการออกกำลังกาย สิ่งที่ควรทำก็คือการหยุดพักเพื่อฟื้นฟูร่างกายของตัวเอง ถ้าหนุ่มๆ ยังคงดื้อดึงออกกำลังกายต่อไป จะทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยง่ายในระหว่างออกกำลังกายได้ อีกทั้งยังเสี่ยงทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและทรมานอีกเช่นกัน


ที่มา:sanook